ร้านข้าวราดแกงกะหรี่ NO.1 ในญี่ปุ่น Tomato@Ogikubo

หนึ่งเมนูที่ครองใจชาวญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น ข้าวแกงกะหรี่

แกงกะหรี่ หรือ คาเร , คารี   “カレー、カリー” เมนูขึ้นชื่อในญี่ปุ่น

จุดเด่นก็คือ การนำเอาเครื่องเทศ หลากชนิดมาเคี่ยวกับเนื้อสัตว์และผักจนได้ที่

ภาพจำของหลายๆคน คงหนีไม่พ้น อาหารจากอินเดีย

จริงๆแล้ว ที่มา มันเริ่มจากตรงนี้ครับ

ศตวรรษ ที่ 15  ก่อนหน้านั้นมีการค้าขายระหว่า ยูโรปกับเอเซีย ผ่านเส้นทางสายไหม หรือ Silk Road

พ่อค้าชาวอาหรับและเอเซียมักจะนำ “เครื่องเทศ” นานาชนิดไปขายทางยุโรป

ในยุคนั้นเรียกได้ว่าเครื่องเทศ เป็นสินค้ายอดนิยมในยุโรป แถมยังมีราคาสูงทีเดียว

ที่นิยมมากคือ พริกไทยดำ , กระวาน , กานพลู

จนกระทั่ง มีการค้นพบเส้นทางเดินเรือ ทำให้ชาวยุโรป สามารถเดินเรือ มาแถบประเทศอินเดียและเอเชียอาคเนย์

และยึดหลายประเทศ เป็นอาณานิคม  อินเดียเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่โดนยึด

ชาวอังกฤษและยุโรป ได้เดินทางเข้ามาอินเดีย และกินอาหารอินเดียหลากหลาย

หนึ่งในนั้นคือ คารี  หรือแกงกะหรี่ นั่นเอง

เมื่อเป็นที่ติดอกติดใจจึงนำสูตร กลับไปดัดแปลง ให้ถูกปากคนในพื้นที่

จนเป็นที่แพร่หลายทั้งในอังกฤษและยุโรปจาก ศตวรรษที่18 เป็นต้นมา

แม้แต่ยอดนักสืบ Sherlock Holmes  ยังติดใจเมนูนี้

ขอบคุณภาพจาก Hello world civ

แล้วแกงกระหรี่เข้ามาในญี่ปุ่นเมื่อไหร่กัน?

ยุคเมจิ ปีที่ 5  หรือ ปี ค.ศ. 1873 ซึ่งสูตรนั้น อยู่ในหนังสือ Seiyo Ryori Shinan 「西洋料理指南」(ตามภาพ)

เป็นหนังสือ สอนการทำอาหารสไตล์ยุโรป ครับ ดูมีมนต์ขลังมาก

ในสูตร บันทึกไว้ว่า นอกจาก เนื้อ หมู ไก่ ยัง มีกบด้วย  แปลกดีนะ

สาเหตุที่แกงกะหรี่มาแพร่หลายในญี่ปุ่นอย่างจริงจัง

คือ จากทหารเรือชาวอังกฤษนำสูตรมาเผยแพร่ให้ทหารญี่ปุ่น

เพราะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จากเนื้อและผัก มีสรรคุณทางยา ทำง่าย แถมยังเก็บไว้ได้นานอีกด้วย

เมื่อทหารเรือเหล่านั้น กลับไปเยี่ยมบ้าน จึงสอนสูตรแกงกะหรี่(ที่ไม่มีกบ) ให้คนทางบ้านทำกินกัน

โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่หาง่าย ราคาไม่แพง อย่าง มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ แครอท มาประกอบ

เรียกได้ว่า อร่อย ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ดีในยุคนั้น

ไม่น่าแปลกที่เมนูนี้จะเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ เป็นเมนูประจำบ้าน จนมาถึงปัจจุบัน

 

ขอบคุณภาพจาก wayo

 

ร้านแกงกะหรี่หลายๆร้าน รสอร่อย มีหลากหลายสไตล์  แต่เคยสงสัยกันรึเปล่า?

ว่าสุดยอดร้านแกงกะหรี่ อร่อยที่สุดนั้น อยู่ที่ไหน?  ความอร่อยจริงๆ มันเป็นยังไง?

วันนี้เราไปดูด้วยกัน ที่นี่เลย ร้าน Tomato “トマト” ร้านนี้เค้าสุดยอดตรงไหนนะรึ ?

 

  • ร้านแกงกะหรี่อร่อย อันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น จากเวป Tabelog
  • ติดอันดับ ร้านอาหารที่ดีที่สุด ในประเทศญี่ปุ่น 500 แห่ง
  • ได้รับเลือกจาก   Bibuguruman จากมิเชลิน ปี 2016

นอกจากนั้น ยังได้รับยกย่องจากคนในวงการแกงกะหรี่

แม้กระทั่ง เจ้าของคนเดิมของร้าน Coco ichiban แกงกะหรี่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่น

ที่เดินสายกินมานักต่อนักยัง ยกให้ว่าเป็นอันดับ 1

สรรคุณเยอะขนาดนี้ น่าไปลองกันรึยัง?

ร้านนี้อยู่ สถานี JR Ogikubo “荻窪”  จะนั่งรถไฟสาย JR Sobu line  JR Chu-O line ก็ได้ครับ

เดินจากสถานี แค่ 5 นาที ก็ถึงแล้ว

ร้านเปิด 11:30 แต่ขอบอกเลยว่า บางคนมารอตั้งแต่ก่อน 11 โมง เพราะถ้าคิวยาวแล้ว

ต้องรอ ถึงชั่วโมงครับ ถึงกระนั้นก้มีคนรออยู่ตลอดครับ

เมนูในร้าน บอกเลยว่า ราคาสูงเอาเรื่อง แต่ถ้าได้ลิ้มรสแล้วละก็ ความคิดนั้นจะหายไปทันที

ราคาต่ำสุดคือ แกงกะหรี่เนื้อลูกวัว Ko Ushi No Milk Kare (孔子のミルクカレー) 1950 Yen

และแพงสุดคือ 4300 Yen มี 2 เมนู

Wagyu Beef Stew 和牛ビーフシチュー , Beef Tang Stew ビーフタンシチュー

เป็นสตูเนื้อวากิว , สตูลิ้นวัว

เรียกได้ว่า มีดีทั้งแกงกะหรี่ ทั้ง สตูว์ครับ

แต่เมนูที่เราจะเเนะนำในวันนี้ คือ

Wagyu Beef Java Curry 和牛ビーフジャワカレー แกงกะหรี่เนื้อวากิว สไตล์เกาะชวา

(เป็นแค่ชื่อนะครับไม่มีอะไรเกี่ยวกับเกาะชวา)  ราคา 2300 Yen

ใครชอบชีสเพิ่ม สั่งได้ บวกเพิ่มไป 320 Yen

หรือถ้ารักสุขภาพ อยากใส่ผักตามฤดูกาล  เพิ่มไป 480 Yen

เนื้อวากิว เคี่ยวกับ เครื่องเทศ 36 ชนิด พวกกับน้ำซอสสูตรพิเศษจากกระดูกลูกวัว เคี่ยวกว่า 12 ชม.

นำทั้งหมดไปเคี่ยวรวมกัน จนได้ความอร่อย ชาดมีความลึกเนื้อเปื่อยนุ่ม ละลายในปาก

รสชาดแบบนี้นี่เองที่ทำเอาหลายคนคลั่งไคล้ จนต้องพูดว่า

จุดสูงสุดของคนรักข้าวแกงกะหรี่ คือต้องไปกินร้าน Tomato

ข้าวที่เสิร์ฟมาพร้อมแกงนั้น มีชิสโรย พร้อมลูกเกด แนะนำว่า ให้สั่งข้าวเพิ่มพิเศษ ว่า Omori

เพราะแกงอร่อยจนข้าวหมดก่อนแน่นอน แถมที่นี่หุงข้าวทีละไม่มาก สั่ง Omori รอเลยครับจะได้ไม่ขาดช่วง

เอา ทั้ง สองมาฟิวชั่นกัน ความอร่อย ก็บังเกิดครับ

ใครสนใจไปลองได้ ที่ร้าน Tomato

(เรื่อง xบัตสึคุงx)


ร้าน :  Tomato トマト

ที่อยู่ : 〒167-0051 Tōkyō-to, Suginami-ku, Ogikubo, 5 Chome−20−7 Yoshida Bld.

โทร : 03-3393-3262

เวลาเปิด :  กลางวัน 11:30 -13:30    ดินเนอร์ 18:30-20:30 (อาจปิดก่อนเวลา หากวัตถุดิบหมด)

วันหยุด : พุธ , พฤหัส