ข้าวหน้าปลาไหล 2 สไตล์ในร้านเดียว ที่นี่ Inage ya@Nishi Nippori

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน เมนูที่จะขาดไม่ได้คือ ข้าวหน้าปลาไหล

 

ทั้งๆที่ ช่วงที่ ปลาไหล จะมีความอร่อยเต็มที่นั้น อยู่ในช่วงฤดูหนาวแท้ๆ

เพราะก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาว ปลาไหลต้องสะสมสารอาหารในร่างกายให้เต็มที่ เพื่อเข้าสู่ช่วงจำศีล

ช่วงนี้แหละที่เนื้อปลาไหลจะสมบูรณ์ด้วยความอร่อย

แต่เอ๊ะ ทำไมถึง มากินปลาไหลช่วงฤดูร้อนกันล่ะ? มีเรื่องตลกร้าย ที่เล่าสืบต่อกันมาจากสมัยก่อนอีกที

เรื่องมันมีอยู่ว่า  ในยุคสมัย เอโดะ  มี อัจฉริยะ นามว่า Hiraga Genzou ผู้เป็นทั้งนักคิด และนักประดิษฐิ์ ในสมัยนั้น

อยู่มาวันนึง มีพ่อค้าร้านขาย ข้าวหน้าปลาไหล มาปรึกษา เรื่องยอดขาย เหตุเพราะ เข้าสู่หน้าร้อนทีไร

ปลาไหล ขายไม่ออกทุกครั้งไป   Genzou จึงแนะนำพ่อค้าไปว่า ทำป้าย ที่เขียนว่า “本日丑の日”   Honjitsu Ushinohi

ไปแปะหน้าร้าน  แล้วเกิดขายดีขึ้นมาจริงๆ  ข่าวจึงแพร่สะพัดออกไป ทำให้ร้านปลาไหล พากันเลียนแบบ

ติดป้าย ไว้หน้าร้านกันทั่วประเทศ  และลุกลามมาจนยุคปัจจุบัน

เเค่ติดป้ายเนี่ยนะ? ถึงกับขายดีเลยหรอ? ป้ายอะไรจะวิเศษขนาดนั้น

จริงๆ มันเป็นการ คิดแคมเปญ ของ  Genzou  เพราะ จากโบร่ำโบราณ คำว่า 丑の日 “Ushinohi” 

นั้นหมายถึง การนับวันตามนักกษัตย์ 12 ราศี จากสมัยโบราณ ( พูดง่ายๆคือ 1 อาทิตย์ มี 12 วัน)

Ushi นั้น ตรงกับ ฉลู ชาวญี่ปุ่นนั้นเชื่อว่า กินอาหาร ที่มีชื่อเรียก “อุ”  นำหน้า ในวัน Ushinohi นั้น

จะทำให้สุขภาพดี ผ่านพ้นฤดูนั้นๆไปได้ด้วยดี  และปลาไหล ก็ ชื่อ Unagi “うなぎ” ซะด้วย

เลยทำให้ผุ้คน เกิดความสนใจ กินปลาไหลในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่นั้นมา

แหม่  วางแคมเปญข้ามยุคเลยนะ ไม่ธรรมดาจริงๆ  Hiraga Genzou

 

ขอบคุณภาพจาก Blog Goo Macchan235

แล้วข้าวหน้าปลาไหล หน้าตาเป็นไงล่ะ?

จริงๆ จะเเบ่งออกเป็น สองแบบ คือ

・ปลาไหลย่าง สูตรคันโต (แถบตะวันออก เช่น โตเกียว)

แล่ปลาจากครีบหลัง แล้ว นึ่งเนื้อปลาไหล ก่อนนำไปย่าง เนื้อจะนุ่มฟู

・ปลาไหลย่าง สูตรคันไซ (แถบตะวันตก เช่น โอซาก้า )

แล่ปลาจากช่วงท้อง แล้วนำไปย่าง ทันที มีความหอมและกรอบ ของเนื้อปลา

 

และแต่ละร้าน จะขายปลาไหล เฉพาะ

แต่ร้านที่จะแนะนำในวันนี้ เราสามารถ เลือกได้ ทั้งแบบคันโต หรือ แบบคันไซ แถมราคาไม่แพง ถ้าเทียบกับร้านอื่นๆ

ร้านที่ว่านั้นก็คือ Inage Ya “稲毛屋” เริ่มเปิดกิจการตั้งแต่ปี โชวะ ที่ 2 หรือ ค.ศ. 1927

อยู่ สถานี Nishi Nippori นั่ง  JR Yamanote ไปได้สะดวกมากครับ

เมนูเเนะนำก็นี่เลย Unajuu (うな重) อย่าลืมสั่ง ว่าจะเอาแบบ คันโต  นุ่มๆ หรือ คันไซ กรอบๆ

คำว่า Juu “重” หมายถึง ภาชนะกล่องสี่เหลี่ยม สีแดงดำ ที่เราเห็นกันประจำ

ราคามี 3 ระดับเลยครับ แน่นอนว่าปริมาณ แตกต่าง

Bai  “梅” 1900 Yen

Sho “松”  2800 Yen

Toku “特” 3700 Yen

ซอสออกรสเค็มหวาน แต่ไม่หวานจนเกินไปครับ

ถ้ากลัว กินไม่หมด มีไซส์เล็กกว่านั้น แต่รสชาดไม่ต่างกัน (เมนูนี้ขายเฉพาะตอนเที่ยง)

คือ Unadon “うな丼” เปลี่ยนจากกล่องมาอยู่ในชาม เค้าจะเรียกว่า Don “丼” ทันที

ราคาอยู่ที่ 1,380 Yen

ขอบคุณภาพ Tabelog

หากไปช่วงดินเนอร์ จะเจอกับแกล้มแบบอื่นๆอีกเยอะเเยะ ใครที่ชอบเหล้านิฮงชู ก็ไม่ควรพลาดนะ

เพราะร้านนี้ เค้ารวม นิฮงชูรสเลิศแถมยังหายากไว้รอ นักดื่มด้วยล่ะ

(เรื่อง xบัตสึคุงx)


ร้าน : Inageya (稲毛屋)

ที่อยู่ : 〒113-0022 Tōkyō-to, Bunkyō-ku, Sendagi, 3 Chome−49-4

เวลาเปิดปิด : กลางวัน 11:30 – 14:00  (Last Order 13:30)

ดินเนอร์   17:00 -21:30

วันหยุด : วันพุธ